SDGs 2023 – #Anatomy SC Mahidol #Anatomy MUSC ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล Department of Anatomy, Faculty of Science, Mahidol University. https://anatomy.sc.mahidol.ac.th ANATOMY, SUSTAINABLE Department & Programs. Sun, 20 Sep 2026 05:52:09 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.0.28 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/2019/02/MU_Logo-55x55.png SDGs 2023 – #Anatomy SC Mahidol #Anatomy MUSC ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล Department of Anatomy, Faculty of Science, Mahidol University. https://anatomy.sc.mahidol.ac.th 32 32 ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการจัดงาน Soft Cadaver Workshop สำหรับงานประชุมวิชาการประจำปี “The 2nd OMFS Cadaveric Workshop: Workhorse Flaps in Oral and Maxillofacial Surgery” https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/cadaveric-workshop-20231214/ Thu, 14 Dec 2023 08:15:25 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=21171 เมื่อวันที่ 13 – 14 ธันวาคม 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชินวุฒิ สุริยนเปล่งแสง และทีมเจ้าหน้าที่ของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการและการประชุมวิชาการประจำปี “The 2nd OMFS Cadaveric Workshop: Workhorse Flaps in Oral and Maxillofacial Surgery”  โดยมีทันตแพทย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยร่วมฝึกหัตถการผ่าตัดในร่างอาจารย์ใหญ่แบบนุ่มเสมือนจริง (soft cadaver) เพื่อเพิ่มความชำนาญในการผ่าตัดรักษาคนไข้มากยิ่งขึ้น ณ ห้องปฏิบัติการมหกายวิภาคศาสตร์ AN1-301 

ชื่อโครงการ

อบรมเชิงปฏิบัติการและการประชุมวิชาการประจำปี “The 2nd OMFS Cadaveric Workshop: Workhorse Flaps in Oral and Maxillofacial Surgery”

ที่มาและความสำคัญ

โครงการ Soft cadaver Workshop เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือสถาบันการแพทย์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่น การฝึกผ่าตัด ให้กับ นศพ.ชั้นคลินิก (ปี5-6) แพทย์ประจำบ้าน และแพทย์ประจำบ้านต่อยอดได้ฝึกทำหัตถการก่อนผ่าตัดรักษาคนไข้จริง โดยแพทย์ผู้ร่วมงานจะได้รับการฝึกฝนจากคณาจารย์ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ภาควิชากายวิภาคศาสตร์จึงมีการเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่เสมือนจริงแบบนิ่ม (Soft Cadaver) เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน และการฝึกฝึกอบรมผ่าตัดเสมือนจริงแก่แพทย์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้าต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อให้ทันตแพทย์ได้ฝึกหัตถการผ่าตัดทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มพูนทักษะความชำนาญในการผ่าตัดรักษาคนไข้ต่อไป

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ:

จัดอบรมเชิงปฏิบัติการและการประชุมวิชาการ

สถานที่จัดกิจกรรม:

ห้องบรรยาย AN1-202 และ ห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์ AN1-301

กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม:

ทันตแพทย์ อาจารย์ทันตแพทย์

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม:

70 ท่าน

ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรม

ทันตแพทย์มีประสบการณ์และทักษะในการทำหัตถการและการผ่าตัดใน Soft Cadaver เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยได้

ตัวชี้วัด:

แบบประเมินการการจัดโครงการ Soft Cadaver Workshop

วันที่จัดกิจกรรม:

วันที่ 13 – 14 ธันวาคม 2566

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาจากกี่ประเทศ:

ภายในประเทศ

ที่ปรึกษา การเขียนข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชินวุฒิ สุริยนเปล่งแสง
ผู้ให้ข้อมูลและภาพถ่าย: คุณอภิสิทธิ์ ทังลา
เขียนข่าว: คุณวิมลสิริ จิตรบรรจง
เว็บมาสเตอร์: ว่าที่ ร.อ. นเรศ จันทรังสิกุล

RELATED PROJECTS SDGs:

Main SDGs: 3. GOOD HEALTH AND WELL-BEING

Goal 3: Good health and well-being

Other SDGs: 4. QUALITY EDUCATION

Goal 4: Quality education
]]>
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินการจัดงาน Soft Cadaver Workshop เพื่อการฝึกทำหัตถการของแพทย์ประจำบ้านและแพทย์ประจำบ้านต่อยอด สาขาวิชาศัลยศาสตร์หลอดเลือดและปลูกถ่ายอวัยวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศัลยศาสตร์หลอดเลือด https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/cadaveric-workshop-20230927/ Wed, 27 Sep 2023 08:18:25 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=21168 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชินวุฒิ สุริยนเปล่งแสง และทีมเจ้าหน้าที่ของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการกับภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้กับแพทย์ประจำบ้านและแพทย์ประจำบ้านต่อยอด สาขาวิชาศัลยศาสตร์หลอดเลือดและปลูกถ่ายอวัยวะ ได้ฝึกหัตถการผ่าตัดในร่างอาจารย์ใหญ่แบบนุ่มเสมือนจริง (soft cadaver) เพื่อเพิ่มความชำนาญในการผ่าตัดรักษาคนไข้มากยิ่งขึ้น ณ ห้องปฏิบัติการมหกายวิภาคศาสตร์ AN1-301

ชื่อโครงการ

อบรมเชิงปฏิบัติการ Cadaveric Workshop ศัลยศาสตร์หลอดเลือด

ที่มาและความสำคัญ

โครงการ Soft cadaver Workshop เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือสถาบันการแพทย์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่น การฝึกผ่าตัด ให้กับ นศพ.ชั้นคลินิก (ปี5-6) แพทย์ประจำบ้าน และแพทย์ประจำบ้านต่อยอดได้ฝึกทำหัตถการก่อนผ่าตัดรักษาคนไข้จริง โดยแพทย์ผู้ร่วมงานจะได้รับการฝึกฝนจากคณาจารย์ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ภาควิชากายวิภาคศาสตร์จึงมีการเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่เสมือนจริงแบบนิ่ม (Soft Cadaver) เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน และการฝึกฝึกอบรมผ่าตัดเสมือนจริงแก่แพทย์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้าต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก (ชั้นปี5-6) แพทย์ประจำบ้าน และ แพทย์ประจำบ้านต่อยอดของภาควิชาศัลยศาสตร์ได้ฝึกหัตถการผ่าตัดการแพทย์ เพื่อเพิ่มพูนทักษะความชำนาญในการผ่าตัดรักษาคนไข้ต่อไป

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภาควิชาศัลย์ศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ:

จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ

สถานที่จัดกิจกรรม:

ห้องบรรยาย AN1-202 และ ห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์ AN1-301

กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม:

นักศึกษาแพทย์ แพทย์ อาจารย์แพทย์

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม:

40 ท่าน

ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรม

แพทย์มีประสบการณ์และทักษะในการทำหัตถการและการผ่าตัดใน Soft Cadaver เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยได้

ตัวชี้วัด:

แบบประเมินการการจัดโครงการ Soft Cadaver Workshop

วันที่จัดกิจกรรม:

วันที่ 27 กันยายน 2566

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาจากกี่ประเทศ:

ภายในประเทศ

ที่ปรึกษา การเขียนข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชินวุฒิ สุริยนเปล่งแสง
ผู้ให้ข้อมูลและภาพถ่าย: คุณอภิสิทธิ์ ทังลา
เขียนข่าว: คุณวิมลสิริ จิตรบรรจง
เว็บมาสเตอร์: ว่าที่ ร.อ. นเรศ จันทรังสิกุล

RELATED PROJECTS SDGs:

Main SDGs: 3. GOOD HEALTH AND WELL-BEING

Goal 3: Good health and well-being

Other SDGs: 4. QUALITY EDUCATION

Goal 4: Quality education
]]>
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการจัดงาน Soft Cadaver Workshop สำหรับงานประชุมวิชาการประจำปี “The 2nd Southeast Asian Thoracic Society Annual Meeting 2023” https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/seats-2023/ Thu, 21 Sep 2023 09:09:38 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=21160 เมื่อวันที่ 20 – 21 กันยายน 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชินวุฒิ สุริยนเปล่งแสง และทีมเจ้าหน้าที่ของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับสมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทยและ South East Asian Thoracic Society (SEATS) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการและการประชุมวิชาการประจำปี “The 2nd Southeast Asian Thoracic Society Annual Meeting 2023” โดยมีศัลยแพทย์ทรวงอกและแพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ทรวงอกทั้งในและต่างประเทศร่วมฝึกหัตถการผ่าตัดในร่างอาจารย์ใหญ่แบบนุ่มเสมือนจริง (soft cadaver) เพื่อเพิ่มความชำนาญในการผ่าตัดรักษาคนไข้มากยิ่งขึ้น ณ ห้องปฏิบัติการมหกายวิภาคศาสตร์ AN1-301

ชื่อโครงการ

อบรมเชิงปฏิบัติการงานประชุมวิชาการ Southeast Asian Thoracic Surgery Annual Meeting 2023

ที่มาและความสำคัญ

โครงการ Soft cadaver Workshop เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือสถาบันการแพทย์อื่นๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่น การฝึกผ่าตัด ให้กับ นศพ.ชั้นคลินิก (ปี5-6) แพทย์ประจำบ้าน และแพทย์ประจำบ้านต่อยอดได้ฝึกทำหัตถการก่อนผ่าตัดรักษาคนไข้จริง โดยแพทย์ผู้ร่วมงานจะได้รับการฝึกฝนจากคณาจารย์ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ภาควิชากายวิภาคศาสตร์จึงมีการเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่เสมือนจริงแบบนิ่ม (Soft Cadaver) เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน และการฝึกฝึกอบรมผ่าตัดเสมือนจริงแก่แพทย์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้าต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก (ชั้นปี5-6) แพทย์ประจำบ้าน และ แพทย์ประจำบ้านต่อยอดของภาควิชาศัลยศาสตร์ได้ฝึกหัตถการผ่าตัดการแพทย์ เพื่อเพิ่มพูนทักษะความชำนาญในการผ่าตัดรักษาคนไข้ต่อไป

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทยและ South East Asian Thoracic Society (SEATS)

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ:

จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ

สถานที่จัดกิจกรรม:

ห้องบรรยาย AN1-202 และ ห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์ AN1-301

กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม:

นักศึกษาแพทย์ แพทย์ อาจารย์แพทย์

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม:

80 ท่าน

ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรม

แพทย์มีประสบการณ์และทักษะในการทำหัตถการและการผ่าตัดใน Soft Cadaver เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยได้

ตัวชี้วัด:

แบบประเมินการการจัดโครงการ Soft Cadaver Workshop

วันที่จัดกิจกรรม:

วันที่ 20 – 21 กันยายน 2566

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาจากกี่ประเทศ:

ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อาทิ เนปาล อินเดีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร มาเลเซีย ฯลฯ

ที่ปรึกษา การเขียนข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชินวุฒิ สุริยนเปล่งแสง
ผู้ให้ข้อมูลและภาพถ่าย: คุณรื่นฤทัย แก้วปึ, คุณอภิสิทธิ์ ทังลา
เขียนข่าว: คุณวิมลสิริ จิตรบรรจง
เว็บมาสเตอร์: ว่าที่ ร.อ. นเรศ จันทรังสิกุล

RELATED PROJECTS SDGs:

Main SDGs: 3. GOOD HEALTH AND WELL-BEING

Goal 3: Good health and well-being

Other SDGs: 4. QUALITY EDUCATION

Goal 4: Quality education
]]>
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินการจัดงาน Soft Cadaver Workshop เพื่อการฝึกทำหัตถการทางศัลยศาสตร์ของศัลยแพทย์ (ครั้งที่ 2) ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/care-lab-2023-round-2/ Fri, 15 Sep 2023 08:06:35 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=21140 เมื่อวันที่ 11 – 15 กันยายน 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชินวุฒิ สุริยนเปล่งแสง และทีมเจ้าหน้าที่ของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการกับภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้กับศัลยแพทย์สาขาต่าง ๆ อาทิ ศัลยศาสตร์ทั่วไป ศัลยศาสตร์ตกแต่ง ประสาทศัลยศาสตร์ ศัลยศาสตร์เต้านม ศัลยศาสตร์ทรวงอก ศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ศัลยศาสตร์ตับ ตับอ่อน ทางเดินน้ำดี ฯลฯ แพทย์ประจำบ้านต่อยอด แพทย์ประจำบ้านและนักศึกษาแพทย์ได้ฝึกหัตถการผ่าตัดในร่างอาจารย์ใหญ่แบบนุ่มเสมือนจริง (soft cadaver) เพื่อเพิ่มความชำนาญในการผ่าตัดรักษาคนไข้มากยิ่งขึ้น ณ ห้องปฏิบัติการมหกายวิภาคศาสตร์ AN1-301

ชื่อโครงการ

โครงการปฏิบัติการการผ่าตัดและศึกษาวิจัยทางศัลยศาสตร์ (Clinical Anatomy and Research Education Laboratory Project)

ที่มาและความสำคัญ

โครงการ Soft cadaver Workshop เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือสถาบันการแพทย์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่น การฝึกผ่าตัด ให้กับ นศพ.ชั้นคลินิก (ปี5-6) แพทย์ประจำบ้าน และแพทย์ประจำบ้านต่อยอดได้ฝึกทำหัตถการก่อนผ่าตัดรักษาคนไข้จริง โดยแพทย์ผู้ร่วมงานจะได้รับการฝึกฝนจากคณาจารย์ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ภาควิชากายวิภาคศาสตร์จึงมีการเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่เสมือนจริงแบบนิ่ม (Soft Cadaver) เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน และการฝึกฝึกอบรมผ่าตัดเสมือนจริงแก่แพทย์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้าต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ชั้นคลินิก (ชั้นปี5-6) แพทย์ประจำบ้าน และ แพทย์ประจำบ้านต่อยอดของภาควิชาศัลยศาสตร์ได้ฝึกหัตถการผ่าตัดการแพทย์ เพื่อเพิ่มพูนทักษะความชำนาญในการผ่าตัดรักษาคนไข้ต่อไป

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภาควิชาศัลย์ศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ:

จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ

สถานที่จัดกิจกรรม:

ห้องบรรยาย AN1-202 และ ห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์ AN1-301

กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม:

นักศึกษาแพทย์ แพทย์ อาจารย์แพทย์

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม:

ประมาณ 100 คน

ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรม

แพทย์มีประสบการณ์และทักษะในการทำหัตถการและการผ่าตัดใน Soft Cadaver เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยได้

ตัวชี้วัด:

แบบประเมินการการจัดโครงการ Soft Cadaver Workshop

วันที่จัดกิจกรรม:

วันที่ 11 – 15 กันยายน 2566

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาจากกี่ประเทศ:

ภายในประเทศ

ที่ปรึกษา การเขียนข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ชินวุฒิ สุริยนเปล่งแสง
ผู้ให้ข้อมูลและภาพถ่าย: คุณอภิสิทธิ์ ทังลา
เขียนข่าว: คุณวิมลสิริ จิตรบรรจง
เว็บมาสเตอร์: ว่าที่ ร.อ. นเรศ จันทรังสิกุล

RELATED PROJECTS SDGs:

Main SDGs: 3. GOOD HEALTH AND WELL-BEING

Goal 3: Good health and well-being

Other SDGs: 4. QUALITY EDUCATION

Goal 4: Quality education
]]>
Alterations of serum biochemical parameters and tyrosine phosphorylation in kidney and liver of chronic stress-induced rats https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/kidney-and-liver-of-stress-induced-rats/ Tue, 18 Jul 2023 08:38:53 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=16221 Highlight

งานวิจัยฉบับนี้อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงค่าพารามิเตอร์ทางชีวเคมีในซีรั่มและไทโรซีน ฟอสโฟรีเลชั่นในไตและตับของหนูแรทที่เกิดจากความเครียดเรื้อรัง ผลงานวิจัยฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อการทำงานของไตและตับได้

ที่มาและความสำคัญ

ความเครียดเรื้อรังอาจส่งผลต่อการทำงานผิดปกติของอวัยวะต่างๆ รวมทั้งตับและไต การศึกษานี้ดำเนินการเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของชีวเคมีในซีรั่ม โครงสร้างทางเนื้อเยื่อวิทยา รวมถึงการแปลโปรตีนไทโรซีนฟอสโฟรีเลต (TyrPho) และโปรตีนฮีตช็อต 70 (Hsp-70) ในตับและเนื้อเยื่อไตของหนูที่ถูกกระตุ้นด้วยความเครียดเรื้อรังติดต่อกัน 60 วัน (โดยการกักขังและบังคับว่ายน้ำ) หลังจากนั้น มีการเก็บตัวอย่างเลือด ตับ และไตจากหนู Sprague–Dawley ที่โตเต็มวัยในแต่ละกลุ่มมาวิเคราะห์ ผลลัพธ์ของเราแสดงให้เห็นว่าค่าพารามิเตอร์ทางชีวเคมีในซีรั่ม ได้แก่ คอร์ติโคสเตอโรน น้ำตาลในเลือด ยูเรียไนโตรเจน ครีเอตินิน คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ในกลุ่มหนูที่มีความเครียดเรื้อรัง แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากค่าพารามิเตอร์ในกลุ่มปกติในตับทั้งสอง และเนื้อเยื่อไต แม้ว่าโครงสร้างเนื้อเยื่อจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง การแสดงออกของ TyrPho เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในตับ lysate แต่ลดลงอย่างมากในไต การแสดงออกของ Hsp-70 ในตับเพิ่มขึ้น ในขณะที่ไตลดลง ผลการทดลองเหล่านี้สรุปได้ว่า ความเครียดเรื้อรังสามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของตับและไต

Abstract

Chronic stress (CS) can contribute to dysfunction in several organs including liver and kidney. This study was performed to investigate the changes in serum biochemistry, histological structure, as well as in localization of tyrosine phosphorylated proteins (TyrPho) and Heat shock protein 70 (Hsp-70) in liver and kidney tissues of CS rats induced by two stressors (restrained and force swimming) for 60 consecutive days. Samples of blood, liver, and kidney were collected from adult male Sprague-Dawley rats in each group. Our results showed that serum biochemical parameters including corticosterone, blood sugar, urea nitrogen, creatinine, cholesterol, triglyceride, HDL-C, LDL-C, ALT, AST, alkaline phosphatase in CS group were significantly different from that in normal group in both liver and kidney tissues. Although histological structure was not changed. TyrPho expression was significantly increased in liver lysate but significantly decreased in kidney. Hsp-70 expression in liver increased whereas in kidney decreased. In conclusion, CS can induce changes in liver and kidney functions.

KEYWORDS: chronic stress, tyrosine phosphorylation, heat shock protein 70, liver, kidney

Citation: Khanthiyong, B., Arun, S., Bunsueb, S., Thongbuakaew, T., Suwannakhan, A., Wu, A., Iamsaard, S. & Chaiyamoon, A. (2024). Alterations of serum biochemical parameters and tyrosine phosphorylation in kidney and liver of chronic stress-induced rats. Brazilian Journal of Biology, 84, e254646. DOI: 10.1590/1519-6984.254646

RELATED SDGs:

3. GOOD HEALTH AND WELL-BEING

Goal 3: Good health and well-being

ผู้ให้ข้อมูล: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์
ชื่ออาจารย์ที่ทำวิจัย: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์
Credit ภาพ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์

]]>
Accessory extensor pollicis longus from the extensor digitorum: a rare case report and review of the literature https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/accessory-epl-from-ed/ Tue, 18 Jul 2023 08:16:41 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=16213 Highlight

งานวิจัยนี้อธิบายถึงกล้ามเนื้อแปรผันที่พบได้ยาก กล้ามเนื้อนี้เกาะจากกล้ามเนื้อ extensor digitorum ไปยังเส้นเอ็นของกล้ามเนื้อ extensor pollicis longus

ที่มาและความสำคัญ

โครงสร้างแปรผัน งานวิจัยนี้อธิบายถึงกล้ามเนื้อแปรผันที่พบได้ยาก กล้ามเนื้อนี้เกาะจากกล้ามเนื้อ extensor digitorum ไปยังเส้นเอ็นของกล้ามเนื้อ extensor pollicis longus กล้ามเนื้อดังกล่าวยังไม่อยู่ในระบบการจัดหมวดหมู่โดย Turker และคณะที่มีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และยังไม่มีการบัญญัติลงในตำรากายวิภาคศาสตร์ปัจจุบัน งานวิจัยฉบับนี้นำไปสู่ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นของกล้ามเนื้อแปรผันในบริเวณด้านหลังของแขนท่อนล่างและมือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรไทย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับแพทย์เมื่อต้องทำหัตการ

Abstract

Purpose

Variations of the extensor pollicis longus are rare. When present, these include a separate extensor pollicis longus muscle, tendon or an intertendinous connection with nearby tendons within the deep extensor compartment of the forearm. Here, we report an extremely rare variation of an accessory extensor pollicis longus originating from the extensor digitorum.

Methods

An unusual muscle was found during the routine dissection forearm of a 71 year-old at death male cadaver.

Results

This variant muscle originated from part of the extensor digitorum muscle belly that supplies the index finger. It became tendinous and entered the third extensor compartment of the wrist before joining the ulnar side of the extensor pollicis longus tendon. Traction on the muscle belly resulted in simultaneous extension of both the thumb and the index finger.

Conclusion

This study documents an extremely rare extensor tendon to the thumb originating from the extensor digitorum, with a unique attachment to the normal extensor pollicis tendon. There have been minimal accounts of this variation, and the present report adds to the limited literature. Furthermore, the report suggests a new subtype, 1f, be included in the existing classification system. Surgeons should be aware of this rare variant for proper evaluation, diagnosis and surgical treatment. Further anatomical studies are needed to study the prevalence of this variant.

KEYWORDS: Extensor pollicis longus, Extensor digitorum, Variations, Hand, Thumb, Forearm, Anatomy

Citation: Taradolpisut, N., Suwannakhan, A., Berkban, T., Chaiyamoon, A., Yurasakpong, L., Iwanaga, J., Tubbs, R.S. Kruepunga, N., Georgiev, G. & Samrid, R. (2023). Accessory extensor pollicis longus from the extensor digitorum: a rare case report and review of the literature. Surgical and Radiologic Anatomy, 45, 911–916. https://doi.org/10.1007/s00276-023-03155-2

RELATED SDGs:

3. GOOD HEALTH AND WELL-BEING

Goal 3: Good health and well-being

ผู้ให้ข้อมูล: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์
ชื่ออาจารย์ที่ทำวิจัย: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์, อาจารย์ ดร.ลภัสรดา ยุรศักดิ์พงศ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐเมธี เครือภูงา
ชื่อนักศึกษาที่ทำวิจัย: นางสาวนพวรรณ ธาราดลพิสุทธิ์
Credit ภาพ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์

]]>
A Novel Direct Pathway of Dural Venous Outflow from the Basilar Venous Plexus via the Diploic Space of the Clivus https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/novel-venous-pathway-in-clivus/ Tue, 18 Jul 2023 07:50:22 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=16208 Highlight

งานวิจัยฉบับนี้อธิบายถึงทางเดินใหม่ของการไหลของเลือดดำจาก dural venous sinus ไปยัง basilar venous plexus ผ่านทาง diploic space ของกระดูก clivus ซึ่งเป็นการค้นพบใหม่และยังไม่มีการอธิบายมาก่อนในตำรากายวิภาคศาสตร์

ที่มาและความสำคัญ

ระบบหลอดเลือดดำไขสันหลังมีความซับซ้อน ซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายของหลอดเลือดไร้วาล์วที่ไหลผ่านระบบหลอดเลือดดำในสมองและกระดูกสันหลัง เครือข่ายของหลอดเลือดดำในกะโหลกศีรษะประกอบด้วยหลอดเลือดดำ intracranial, dural venous sinus, หลอดเลือดดำ diploic และหลอดเลือดดำ emissary อย่างไรก็ตาม นอกจากระบบหลอดเลือดดำไขสันหลังจะก่อให้เกิดการไหลเวียนของเลือดดำกลับเข้าหัวใจแล้ว ยังเป็นตัวช่วยปรับความดันภายในกะโหลกศีรษะอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของท่าทาง (posture) รวมถึงมีส่วนช่วยในการควบคุณอุณหภูมิอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทางเดินใหม่ของการไหลของเลือดดำจาก dural venous sinus ไปยัง basilar venous plexus ผ่านทาง diploic space ของกระดูก clivus ซึ่งเป็นการค้นพบใหม่

Abstract

Background

The internal jugular vein (IJV) is the pre-eminent outflow of the dural venous sinuses (DVS) in the supine position, while the vertebral venous plexus (VVP) dominates venous outflow in the upright position. Emissary veins can also be an accessory pathway for this venous egress. To our knowledge, alternative dural venous sinus directly drainage via the diploic space has not been previously reported in the literature.

Methods

Ten fresh frozen adult cadavers underwent exposure of the basilar venous plexus. The entire plexus, still adhered to the underlying clivus, was removed with its underlying bone and submitted for histological examination following decalcification (Masson Trichrome, 5 μm slices).

Results

All specimens were found to have direct communication between the basilar venous plexus and underlying diploic space of the clivus i.e., no intermediate clival emissary vein. These were concentrated near the midline and were more numerous over the clivus near the junction of the occipital and sphenoid bones. The endothelium of the venous sinus was continuous at the opening into the diploic space and these openings ranged in size from 500 to 750 μm (mean 650 μm).

Conclusions

An improved understanding of the cerebral venous drainage can assist clinicians and surgeons in recognizing normal, pathologic, and variant anatomy in this region. Based on our study, direct venous sinus (DVS) to diploic space drainage offers an additional pathway for venous egress from the intracranium. Therefore, removal of the dura over the clivus during various skull base procedures might be associated with increased venous bleeding from the basilar venous plexus on its deep surface where it interfaces with the clivus.

KEYWORDS: Basilar venous plexus, Clivus, Dural venous, Diploic space, Internal jugular vein

Citation: Tucci, M., Chaiyamoon, A., Suwannakhan, A., Cardona, J. J., Comert, A., Iwanaga, J., Dumont, A.S. & Tubbs, R. S. (2023). A Novel Direct Pathway of Dural Venous Outflow from the Basilar Venous Plexus via the Diploic Space of the Clivus. World Neurosurgery, 175, 1182-1185. https://doi.org/10.1016/j.wneu.2023.04.093

RELATED SDGs:

3. GOOD HEALTH AND WELL-BEING

Goal 3: Good health and well-being

ผู้ให้ข้อมูล: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์
ชื่ออาจารย์ที่ทำวิจัย: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์
Credit ภาพ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์

]]>
Morphometric analysis of dry atlas vertebrae in a northeastern Thai population and possible correlation with sex https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/atlas-morphometry/ Tue, 18 Jul 2023 07:23:18 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=16204 Highlight

งานวิจัยฉบับนี้ศึกษาสัณฐานของกระดูกสันหลังส่วนคอชิ้นแรกหรือ atlas และศึกษาผลของเพศต่อขนาดและสัณฐานของกระดูกชิ้นนี้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ งานวิจัยฉบับนี้ใช้กระดูกสันหลังส่วนคอชิ้นแรกจำนวนทั้งสิ้น 104 ชิ้น ซึ่งประกอบด้วยกระดูกจากผู้บริจาคร่างกายเพศชาย 54 ชิ้น และเพศหญิง 50 ชิ้น เพื่อวัดความยาวของ 12 พารามิเตอร์ (ระยะทาง a ถึง l) จากจุดสังเกตทางกายวิภาคจำนวน 23 จุด ผลการวิจัยพบว่า 8 จาก 12 พารามิเตอร์ มีความยาวที่มากกว่าในเพศชายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังนำความยาวของพารามิเตอร์เหล่านี้มาวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อจำแนกเพศ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าโมเดลปัญญาประดิษฐ์ สามารถจำแนกเพศโดยการวิเคราะห์สัณฐานของกระดูก atlas โดยมีความแม่นยำที่ร้อยละ 82.6

ที่มาและความสำคัญ

ความรู้ทางสัณฐานวิทยาของกระดูกสันหลังส่วนขอชิ้นแรกมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการประเมินก่อนการผ่าตัด เช่น การรักษาการคลาดเคลื่อน (atlas dislocation) เพื่อเพิ่มความมั่นคงของกระดูกสันหลังส่วนคอ นอกจากนี้การจำแนกเพศอาจมีการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อระบุอัตลักษณ์บุคคล ซึ่งมีความสำคัญในเชิงโบราณคดีและมานุษยวิทยา การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้แปรผลการทดลองทางเป็นการวิเคราะห์ผลรูปแบบใหม่ซึ่งยังไม่มีงานวิจัยทางกายวิภาคฉบับไหนใช้เทคนิคนี้มาก่อน

Abstract

Purpose

The uppermost segment of the cervical vertebra or atlas (C1) is a critically important anatomical structure, housing the medulla oblongata and containing the grooves for the C1 spinal nerve and the vertebral vessels. Variations of the C1 vertebra can affect upper spine stability, and morphometric parameters have been reported to differ by population. However, there are few data regarding these parameters in Thais. The use of this bone to predict sex and age has never been reported.

Methods

This study aimed to examine C1 morphometry and determine its ability to predict sex. Twelve diameter parameters were taken from the C1 vertebrae of identified skeletons (n = 104, males [n, 54], females [n, 50]). Correlation analysis was also performed for sex and age, which were predicted using machine learning algorithms.

Results

The results showed that 8 of the 12 measured parameters were significantly longer in the male atlas (p < 0.05), while the remaining 4 (distance between both medial-most edges of the transverse foramen, transverse dimension of the superior articular surface, frontal plane passing through the canal’s midpoint, and anteroposterior dimension of the inferior articular surface) did not differ significantly by sex. There was no statistically significant difference in these parameters on the lateral side. The decision stump classifier was trained on C1 parameters, and the resulting model could predict sex with 82.6% accuracy (root mean square error = 0.38).

Conclusion

Assertation of the morphometric parameters of the atlas is important for preoperative assessment, especially for the treatment of atlas dislocation. Our findings also highlighted the potential use of atlas measurements for sex prediction.

KEYWORDS: cranium, intracranial, cadaver, skull, variations, anatomy

Citation: Poodendan, C., Suwannakhan, A., Chawalchitiporn, T., Kasai, Y., Nantasenamat, C., Yurasakpong, L., Iamsaard, S. & Chaiyamoon, A. (2023). Morphometric analysis of dry atlas vertebrae in a northeastern Thai population and possible correlation with sex. Surgical and Radiologic Anatomy, 45(2), 175-181. https://doi.org/10.1007/s00276-022-03076-6

RELATED SDGs:

3. GOOD HEALTH AND WELL-BEING

Goal 3: Good health and well-being

ผู้ให้ข้อมูล: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์
ชื่ออาจารย์ที่ทำวิจัย: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์, อาจารย์ ดร.ลภัสรดา ยุรศักดิ์พงศ์
Credit ภาพ: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อธิคุณ สุวรรณขันธ์

]]>
Combination Vaccines of Fasciola gigantica Saposin-like Protein-2 and Leucine Aminopeptidase https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/vaccine-sap-lap/ Tue, 18 Jul 2023 06:40:24 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=16196

วัคซีนผสม saposin-like protein-2 และ leucine aminopeptidase ในการต้านโรคพยาธิใบไม้ตับ

Highlight

การศึกษาวัคซีนต้านโรคพยาธิใบไม้ตับโดยใช้วัคซีนผสมของสองโปรตีนนี้ในหนูทดลองพบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อพยาธิได้ถึงร้อยละ 80.7-81.4 และยังสามารถกระตุ้นการทำงานของแอนติบดี IgG1 และ IgG2a ได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่งผลให้ตับถูกทำลายน้อยลง ดังนั้นจึงน่าสนใจในการพัฒนาการใช้วัคซีนผสมของโปรตีน SAP-2 และ LAP ในการป้องกันการติดเชื้อพยาธิในสัตว์ใหญ่ต่อไป

ที่มาและความสำคัญ

โรคพยาธิใบไม้ตับเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อพยาธิ Fasciola ซึ่งการรักษาโดยยาในปัจจุบันทำให้เกิดผลข้างเคียงและนำไปสู่การดื้อยาที่เพิ่มมากขึ้น การรักษาโดยใช้วัคซีนจึงเป็นแนวทางใหม่ในการป้องกันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับได้ โดยเลือกศึกษาโดยใช้โปรตีน saposin-2 (SAP) และ leucine aminopeptidase (LAP) เป็นโปรตีนที่พบมากในทางเดินอาหารของพยาธิและมีความสำคัญในการดำรงชีพของพยาธิ

Abstract

Saposin-like protein-2 (SAP-2) and leucine aminopeptidase (LAP) are major proteins involved in the digestive process of Fasciola gigantica (Fg). Both SAP-2 and LAP are highly expressed in F. gigantica; therefore, they could be vaccine candidates for fasciolosis. The aims of this study are (1) to observe the tissue expression of F. gigantica SAP-2 (FgSAP-2) and F. gigantica LAP (FgLAP) in F. gigantica by indirect immunofluorescence technique under confocal microscopy and (2) to test the vaccine potentials of individual and combined recombinant (r) FgSAP-2 and rFgLAP against F. gigantica in Imprinting Control Region (ICR) mice (n = 10 per group). By indirect immunofluorescence-confocal microscopy, FgSAP-2 and FgLAP were localized in the caecal epithelium but at different sites: FgSAP-2 appeared in small granules that are distributed in the middle and lower parts of the cytoplasm of epithelial cells, while FgLAP appeared as a line or zone in the apical cytoplasm of caecal epithelial cells. For vaccine testing, the percent protection of combined rFgSAP-2 and rFgLAP vaccines against F. gigantica was at 80.7 to 81.4% when compared with aluminum hydroxide (alum) adjuvant and unimmunized controls, respectively. The levels of IgG1 and IgG2a in the sera were significantly increased in single and combine vaccinated groups compared with the control groups. Vaccinated mice showed reduced liver damage when compared with control groups. This study indicates that the combined rFgSAP-2 and rFgLAP vaccine had a higher vaccine potential than a single vaccine. These results support the further testing and application of this combined vaccine against F. gigantica infection in farmed livestock animals.

KEYWORDS: Fasciola gigantica, leucine aminopeptidase, saposin-like protein-2, tissue expression, vaccine potential

Citation: Changklungmoa N, Cheukamud W, Jaikua W, Meemon K, Sobhon P, Kueakhai P. Combination Vaccines of Fasciola gigantica Saposin-like Protein-2 and Leucine Aminopeptidase. Tropical Medicine and Infectious Disease. 2023; 8(7):334. https://doi.org/10.3390/tropicalmed8070334

RELATED SDGs:

SDG Goal หลัก ที่เกี่ยวข้อง

2. ZERO HUNGER

Goal 2: Zero hunger

ผู้ให้ข้อมูล: รองศาสตราจารย์ ดร.ไกร มีมล
ชื่ออาจารย์ที่ทำวิจัย: รองศาสตราจารย์ ดร.ไกร มีมล
ภาพถ่าย: รองศาสตราจารย์ ดร.ไกร มีมล

]]>
Ethyl Acetate Extract of Halymenia durvillei Induced Apoptosis, Autophagy, and Cell Cycle Arrest in Colorectal Cancer Cells https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/h-durvillei-for-colorectal-cancer/ Tue, 18 Jul 2023 04:59:36 +0000 https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/?p=16187

ฤทธิ์ของสารสกัดจากสาหร่ายลิ้นมังกรในการต้านเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยการกระตุ้นการตายของเซลล์แบบ apoptosis และ autophagy

Highlight

การศึกษาการออกฤทธิ์ของสารสกัดจากสาหร่ายลิ้นมังกร Halymenia durvillei (HD) ในการต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่ พบว่าสารสกัดจากสาหร่ายลิ้นมังกรในชั้น ethyl acetate สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (HT-29) ยับยั้งการแบ่งเซลล์กระตุ้นกระบวนการตายของเซลล์แบบ apoptosis และ autophagy รวมถึงการยับยั้งการแสดงออกของยีนในกลไก PI3K, AKT และ mTOR ได้ จึงสามารถสรุปได้ว่าสารสกัดจากสาหร่ายลิ้นมังกรในชั้น ethyl acetate สามารถต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยผ่านทางกลไก PI3K/AKT/mTOR ได้

ที่มาและความสำคัญ

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย ซึ่งถึงแม้จะมีแนวทางการรักษาในปัจจุบันทั้งโดยการผ่าตัดและการฉายรังสีที่ได้ผลเป็นอย่างดี แต่ก็มีผลข้างเคียงจากการรักษา รวมถึงการเกิดการดื้อยาขึ้น ดังนั้นจึงนำไปสู่การค้นหาแนวทางการรักษาใหม่ที่สามารถลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น โดยศึกษาจากสารสกัดจากธรรมชาติ โดยเฉพาะจากสาหร่ายทะเลในการออกฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง เพื่อให้มีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

Abstract

Colorectal cancer is one of the most death-dealing cancers. However, conventional cancer treatments still have side effects. Therefore, novel chemotherapeutic agents with less side effects are still in search. A marine red seaweed, Halymenia durvillei, is recently interested in its anticancer effects. This study investigated the anticancer effect of ethyl acetate extract of H. durvillei (HDEA) on HT-29 colorectal cancer cells in association with the phosphoinositide 3-kinase (PI3K)/protein kinase B (AKT)/mammalian target of rapamycin (mTOR) signaling pathway. HDEA-treated HT-29 and OUMS-36 cells were used for cell viability tests by 3-(4,5-dimethyl-2-thiazolyl)-2,5-diphenyltetrazolium bromide assay. The effects of HDEA on apoptosis and cell cycle were evaluated. The nuclear morphology and mitochondrial membrane potential (ΔΨm) were observed by Hoechst 33342 and JC-1 staining, respectively. The gene expression of PI3K, AKT, and mTOR genes was evaluated using a real-time semiquantitative reverse transcription-polymerase chain reaction. The corresponding protein expressions were assessed by western blot analysis. The result revealed that the cell viability of treated HT-29 cells diminished while that of OUMS-36 cells was non-significant. By the down-regulation of cyclin-dependent ki-nase 4 and cyclin D1, HDEA-treated HT-29 cells were arrested in the G0/G1 phase. By the up-regulation of cleaved poly(adenosine diphosphate-ribose) polymerase, caspase-9, caspase-8, caspase-3, and Bax, HDEA-treated HT-29 cells underwent apoptosis, but suppressed Bcl-2, disrupted nuclear morphology and ΔΨm. Furthermore, treated HT-29 cells underwent autophagy by up-regulation of light chain 3-II and beclin-1. Lastly, HDEA suppressed the expression of PI3K, AKT, and mTOR. Therefore, HDEA exerts anticancer effects against HT-29 cells, confirmed by apoptosis, autophagy, and cell cycle arrest induction via regulation of the PI3K/AKT/mTOR signaling pathway.

KEYWORDS: apoptosis, autophagy, colorectal cancer, H. durvillei, seaweed

Citation: Chantree P, Martviset P, Sornchuer P, Thongsepee N, Sangpairoj K, Meemon K, Niamnont N, Tamtin M, Sobhon P. Ethyl Acetate Extract of Halymenia durvillei Induced Apoptosis, Autophagy, and Cell Cycle Arrest in Colorectal Cancer Cells. Prev Nutr Food Sci. 2023 Mar 31;28(1):69-78. doi: 10.3746/pnf.2023.28.1.69.

RELATED SDGs:

SDG Goal หลัก ที่เกี่ยวข้อง

3. GOOD HEALTH AND WELL-BEING

Goal 3: Good health and well-being

ผู้ให้ข้อมูล: รองศาสตราจารย์ ดร.ไกร มีมล
ชื่ออาจารย์ที่ทำวิจัย: รองศาสตราจารย์ ดร.ไกร มีมล
ภาพถ่าย: รองศาสตราจารย์ ดร.ไกร มีมล

]]>