

ท่านที่สนใจจะบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา สามารถติดต่อขอบริจาคร่างกายได้ 5 ช่องทาง ดังต่อไปนี้
1.ติดต่อโดยตรงที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ (ตั้งอยู่ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับโรงพยาบาลรามาธิบดี) ณ หน่วยรับบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา อาคาร AN2 ชั้น 1 โดยต้องมีสำเนาบัตรประชาชน พร้อมรูปถ่ายขนาด 1-2 นิ้ว จำนวน 2 รูป และญาติมาด้วยอย่างน้อย 1 ท่าน เป็นบุคคลในครอบครัว (เพื่อลงนามเป็นพยาน) โดยใช้เวลาในการกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาและออกบัตรผู้บริจาคร่างกายประมาณ 15 นาที
Google Maps link: หน่วยบริจาคร่างกาย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
2. เขียนจดหมายขอหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ส่งไปที่:
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
272 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
(วงเล็บมุมซองว่า “บริจาคร่างกาย”)
3. โทรศัพท์แจ้งที่อยู่เพื่อขอหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
หมายเลขโทรศัพท์ : 02-201-5400, และ 085-249-4768
4. ทางอินเตอร์เน็ต พิมพ์
https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/body-donation/
แล้ว download แบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและส่งกลับมายังภาควิชากายวิภาคศาสตร์ตามที่อยู่ในข้อ 2
5. สแกน QR code ด้านล่าง ด้วยโปรแกรมในโทรศัพท์มือถือ
แล้วพิมพ์หนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา กรอกข้อมูล
ให้ครบถ้วนและส่งกลับมายังภาควิชากายวิภาคศาสตร์ตามที่อยู่ในข้อ 2

————————————————————–
กว่าจะเป็นจะอาจารย์ใหญ่
รศ.ดร.กุลธิดา ชัยธีระยานนท์
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
การบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา ที่รู้จักกันดีในว่าเป็น “กายวิทยาทาน” ถือว่าเป็นทานอันสูง มีคุณูปการต่อการสร้างแพทย์ไทยอย่างยิ่ง สำหรับการบริจาคร่างกายมีขั้นตอนที่ง่ายและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มีคำถามและข้อสงสัยจากผู้บริจาคฯและญาติ เกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ เริ่มจากการกรอกหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (บริจาคร่างเป็นอาจารย์ใหญ่) การเรียนจากร่างอาจารย์ใหญ่ของให้นักศึกษา พิธีอำลาร่างอาจารย์ใหญ่และการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพฯ ดังนั้นจึงขอสรุปคำถามและคำอธิบายต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. การทำพินัยกรรมมอบร่างกายให้ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำได้อย่างไร
ผู้ที่มีจิตศรัทธาสามาถแสดงความประสงค์มอบร่างกายหลังเสียชีวิตเป็นวิทยาทานได้ 2 ช่องทาง ดังนี้
- ติดต่อที่หน่วยรับบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา อาคาร AN2 ชั้น 1 ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
เอกสารที่ต้องเตรียม
- รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ
- สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ พร้อมเซ็นรับรองสำเนา
ขั้นตอนการบริจาคร่างกาย
- กรอกแบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา จำนวน 2 ชุด
- ให้ญาติในครอบครัวลงชื่อเป็นพยานรับรอง 1 ท่าน
- ผู้อุทิศร่ายกายจะได้รับแบบฟอร์มคืน 1 ชุด และบัตรประจำตัว ส่วนแบบฟอร์มอีก
หนึ่งชุดจะเก็บไว้ที่ภาควิชาฯ
1.2 การส่งหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาทางไปรษณีย์
เอกสารที่ต้องเตรียม
- แบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาที่ได้จากช่องทางต่าง ๆ เช่น
จากหน่วยรับบริจาคร่างกายฯ หรือ ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
- รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ และเขียน ชื่อ-นามสกุล ไว้
ด้านหลังรูป
- สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ พร้อมเซ็นรับรองสำเนา
ขั้นตอนการบริจาคร่างกาย
- กรอกแบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา จำนวน 2 ชุด
- ลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม และ ให้ญาติในครอบครัวลงชื่อเป็นพยาน 1 ท่าน
- ส่งแบบฟอร์มที่กรอกเรียบร้อยแล้วพร้อมแนบรูปถ่าย และ สำเนาบัตรประชาชน
ส่งไปรษณีย์มายัง
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
272 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
(วงเล็บมุมซองว่า “บริจาคร่างกาย”)
- ผู้อุทิศร่ายกายจะได้รับบัตรประจำตัวและเอกสารภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ภาควิชาฯ ได้รับเอกสาร
** ในกรณีที่บัตรหายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ให้แจ้งทางโทรศัพท์ 02-201-5400 ในวันและเวลาราชการ
2. กรณีผู้เสียชีวิตมีความประสงค์ต้องการบริจาคร่างกายแต่ไม่ได้เขียนพินัยกรรมไว้ เมื่อเสียชีวิตแล้วญาติสามารถแจ้งความประสงค์บริจาคร่างกายผู้เสียชีวิตได้หรือไม่
สามารถทำได้โดยญาติแจ้งมายังภาควิชาฯ และญาติเป็นผู้เขียนเอกสารบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาแล้วส่งเอกสารให้ภาควิชาฯ เก็บไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ภาควิชาฯ จะไปประเมินร่างผู้เสียชีวิตว่ามีความสมบูรณ์ที่จะรับเป็นอาจารย์ใหญ่ได้หรือไม่
3. เมื่อผู้บริจาคร่างกายถึงแก่กรรมจะทำอย่างไร
เมื่อผู้บริจาคร่างกายถึงแก่กรรมและอยู่ในระยะทางไม่เกิน 100 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ให้ญาติแจ้งมาทางภาควิชาฯ ภายใน 24 ชั่วโมง ในวันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น. ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้ด้านหลังบัตรประจำตัวผู้บริจาคฯ (081-841-6830 หรือ 081-841-8632 และ 02-201-5400)
หากเสียชีวิตในเวลากลางคืนให้ติดต่อมายังภาควิชาฯในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยระหว่างนี้ให้ญาติปฏิบัติดังนี้
3.1 กรณีเสียชีวิตในโรงพยาบาล แจ้งทางโรงพยาบาลว่าบริจาคร่างกายไว้ ห้ามฉีดน้ำยารักษาศพ ให้เก็บศพไว้ในตู้เย็นของโรงพยาบาลเท่านั้น (ควรเป็นตู้เย็นธรรมดา ไม่ใช่ตู้แช่แข็ง) แล้วทางภาควิชาฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปจัดการเรื่องฉีดน้ำยารักษาสภาพศพตามวิธีเฉพาะของการเก็บรักษาร่างภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเสียชีวิตต่อไป
3.2 กรณีเสียชีวิตที่บ้าน เปิดเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิต่ำ ๆ ไว้ในห้องที่มีร่างผู้เสียชีวิต (หรือห้องมีความเย็น) หรือติดต่อโลงเย็นของวัดใกล้บ้านเพื่อฝากร่างไว้ก่อน จากนั้นติดต่อเจ้าหน้าที่ของภาควิชาฯในเช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อเจ้าหน้าที่ของภาควิชาฯ ได้ประเมินศพว่ามีความสมบูรณ์เหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ใหญ่ได้ เจ้าหน้าที่จะรับร่างไปฉีดน้ำยารักษาสภาพที่ภาควิชาฯ แล้วนำร่างแช่ในน้ำยารักษาสภาพต่อไป หรือหากญาติต้องการสวดบำเพ็ญกุศลให้อาจารย์ใหญ่ ญาติสามารถตัดผม เล็บ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาได้
ในการเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่จำเป็นต้องมีบันทึกประจำวันแจ้งการเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ (สำหรับการเสียชีวิตที่บ้าน) หรือเอกสารรับรองการเสียชีวิตจากแพทย์ (สำหรับการเสียชีวิตที่โรงพยาบาล) และสำเนาใบมรณบัตรไปกับรถรับร่างทุกครั้ง ฉะนั้นญาติต้องดำเนินการให้ได้เอกสารข้างต้นนี้ให้เรียบร้อยก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่ได้สำเนาเอกสารครบถ้วนแล้วจึงจะเคลื่อนย้ายร่างได้
การได้มาซึ่งใบมรณบัตร ถ้าผู้บริจาคฯ เสียชีวิตที่บ้านต้องแจ้งการเสียชีวิตต่อผู้ใหญ่บ้าน แล้วผู้ใหญ่บ้านจะแจ้งตำรวจเพื่อมาตรวจดูว่าเป็นการเสียชีวิตแบบปกติ ตำรวจจึงจะลงบันทึกประจำวันแจ้งการเสียชีวิต จากนั้นนำบันทึกฯ นี้ไปที่อำเภอ/เขต เพื่อออกใบมรณบัตร ถ้าในกรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล หลังจากแพทย์เซ็นรับรองการเสียชีวิตแล้ว ญาติก็ดำเนินการให้โรงพยาบาลออกใบรับรองการเสียชีวิต แล้วจึงนำใบรับรองนี้ไปที่อำเภอ/เขต เพื่อออกใบมรณบัตร โดยญาติสามารถส่งสำเนาใบมรณบัตรให้ภาควิชาฯ ภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากการเสียชีวิตของผู้บริจาค
ข้อจำกัดในการรับศพผู้อุทิศร่างกายฯ
- ให้แจ้งการเสียชีวิตของผู้อุทิศร่างกายฯ ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งการรับร่างจะดำเนินการในทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. โดยถ้าเป็นช่วงหลังจากเวลา 16.30 น. ให้เก็บร่างในที่เย็น และติดต่อเจ้าหน้าที่ในวันถัดไป
- ห้ามฉีดน้ำยารักษาสภาพศพ ภาควิชาฯ จะดำเนินการฉีดเองตามวิธีการของการรักษาสภาพร่างเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่
- ภาควิชาฯไม่รับศพกรณีต่อไปนี้
– เสียชีวิต ด้วยโรคติดต่อร้ายแรง เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบีและซี โรควัณโรค โรคเอดส์ โรคโควิด19 โรคติดเชื้อดื้อยา และโรคติดต่อร้ายแรงอื่น ๆ ที่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ หรือด้วยโรคเกี่ยวกับสมอง เช่นมะเร็งสมอง, เลือดออกในสมอง, ผ่าตัดสมอง, มะเร็งระยะลุกลาม, และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
กรณีเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในช่องอกหรือช่องท้อง เจ้าหน้าที่ภาควิชาฯ จะไปประเมินและพิจารณาว่ามีลักษณะเหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ใหญ่แบบนิ่มเสมือนจริงสำหรับให้แพทย์ฝึกหัตถการผ่าตัดและวิจัยทางการแพทย์ได้หรือไม่
– เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ หรือเป็นศพที่เกี่ยวข้องกับคดี หรือ เพิ่งได้รับการผ่าตัดก่อนเสียชีวิต
– ศพที่มีอวัยวะขาดหายไปหรือไม่ครบสมบูรณ์
– ร่างที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 40 กิโลกรัม หรืออ้วนน้ำหนักมากกว่า 70 กิโลกรัม หรือ มีร่างกายที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้ศึกษาได้ เช่น แขนขา โก่ง หลังคดงอ หรือผิวหนังเป็นแผลพุพอง มีกลิ่นเหม็น
- ในกรณีที่ถังดองศพของภาควิชาฯ เต็ม จะไม่สามารถรับร่างได้
- รับศพในระยะทางไม่เกิน 100 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ถ้าระยะทางเกินที่กำหนดญาติต้องนำร่าง มาส่งเอง
4. ใช้เวลาในการเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่นานเท่าไหร่ก่อนนำมาศึกษาได้
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินการเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่ในแต่ละปีการศึกษาเป็นสองรูปแบบ ดังนี้
4.1 การเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่แบบปกติ (Routine cadaver)
– อาจารย์ใหญ่จะถูกฉีดน้ำยารักษาสภาพชนิดปกติเข้าหลอดเลือดแดงและนำร่างแช่ในน้ำยารักษาสภาพทั้งร่างเป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้กล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้รับการรักษาสภาพเป็นอย่างดี จึงจะสามารถนำร่างมาศึกษาได้
4.2 การเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่แบบนิ่มเสมือนจริง (Soft / Thiel cadaver)
– อาจารย์ใหญ่จะถูกฉีดน้ำยารักษาสภาพชนิดทำให้ร่างนุ่มเข้าหลอดเลือด โดยร่างจะคงสภาพนิ่มเหมือนสภาพขณะมีชีวิต ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะสามารถนำร่างมาใช้ฝึกอบรมผ่าตัดเชิงปฏิบัติการ ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นกับชนิดของน้ำยารักษาสภาพร่าง
ศึกษารายละเอียดการดำเนินการจัดสรรอาจารย์ใหญ่ทั้งสองรูปแบบในแต่ละปีการศึกษาได้ในข้อ 6
5. ภาควิชาฯ มีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้อาจารย์ใหญ่ก่อนเปิดภาคการศึกษาหรือไม่
ก่อนเปิดภาคการศึกษาใหม่ในแต่ละปีการศึกษา ภาควิชาฯ จะส่งจดหมายเรียนเชิญญาติของอาจารย์ใหญ่ที่ครบกำหนดการรักษาสภาพ และนำร่างขึ้นเรียนในปีการศึกษานั้นเข้าร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาตามที่อยู่ที่ได้แจ้งไว้กับภาควิชาฯ โดยกำหนดจัดงานในช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี ในช่วงเช้าของวันจัดงานมีพิธีทำบุญ พิธีทางศาสนา พิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ พิธีเชิดชูเกียรติญาติของอาจารย์ใหญ่ และญาติของอาจารย์ใหญ่สามารถเข้าเยี่ยมอาจารย์ใหญ่ได้ที่ห้องปฏิบัติการมหกายวิภาคศาสตร์ อาคาร AN1 ชั้น 3 ในช่วงบ่ายของวันจัดงานโดยจะมีนักศึกษาแพทย์อำนวยความสะดวก (หากมีความประสงค์ ญาติสามารถขอให้นักศึกษาหรือเจ้าหน้าที่ของภาควิชาฯ เปิดผ้าคลุมร่างบางส่วนเพื่อดูใบหน้าของอาจารย์ได้)
6. นักศึกษากลุ่มใดบ้างที่ใช้ร่างอาจารย์ใหญ่ ใช้เวลาในการศึกษาร่างอาจารย์ใหญ่นานเท่าไร และการประกอบศาสนพิธีภายหลังเสร็จสิ้นการศึกษาเป็นอย่างไร
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินการจัดสรรอาจารย์ใหญ่ ในแต่ละปีการศึกษาเป็นสองรูปแบบ ดังนี้
6.1 การเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่แบบปกติ (Routine cadaver) กระบวนการเตรียมร่างนี้สามารถรักษาสภาพร่างให้คงสภาพได้นานหลายปี สำหรับการเรียนการสอนวิชามหกายวิภาคศาสตร์ให้กับหลักสูตรต่างๆ ดังนี้
1. หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
1.1 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
1.2 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช 1.3 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลราชบุรี
(นักศึกษาแพทย์ 6-7 คนต่ออาจารย์ใหญ่หนึ่งท่าน)
2. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตและปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขากายวิภาคศาสตร์และชีววิทยา
โครงสร้าง (หลักสูตรนานาชาติ) ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
3. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
นอกจากนี้ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ได้ดำเนินการจัดสรรอาจารย์ใหญ่บางท่านสำหรับการเรียนการสอนรายวิชากายวิภาคศาสตร์พื้นฐานให้กับหลักสูตรต่างๆ ดังนี้
1. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
2. หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
2.1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
2.2 โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
3. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (มหาวิทยาลัยมหิดล)
3.1 สาขาวิชาความผิดปกติของการสื่อความหมาย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
3.2 สาขาวิชาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
3.3 สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์และสาขารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์
3.4 สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์
3.5 สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์
4. หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
5. หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และทันตแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ และ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
กลุ่มนักศึกษาแพทย์จะมีโอกาสพบปะพูดคุยกับญาติของอาจารย์ใหญ่ท่านนั้นในวันงานพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาเพื่อทำความรู้จักกับญาติและสอบถามถึงความเป็นอยู่และการเจ็บป่วยของอาจารย์ใหญ่ก่อนเสียชีวิตเพื่อนำมาประกอบการศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต นักศึกษาแพทย์ใช้เวลาศึกษาร่างอาจารย์ใหญ่ประมาณ 2 ปี โดยจะเสร็จสิ้นการเรียนในเดือนกันยายนของปีถัดไป
หลังจากเรียนเสร็จสิ้น ร่างอาจารย์ใหญ่จะนำไปดำเนินการตามความประสงค์ที่ญาติได้แจ้งกับทางภาควิชาฯ ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งต่อไปนี้
1. กรณีญาติประสงค์ให้ภาควิชาฯ ดำเนินการฌาปนกิจและประกอบพิธีพระราชทานเพลิงให้
– ภาควิชาฯ จะดำเนินการขอไฟพระราชทานเพลิงศพ ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (กรณีพิเศษ) สำหรับอาจารย์ใหญ่ทุกท่านในปีการศึกษานั้น และจะแจ้งวันและกำหนดการจัดพิธีสวดพระอภิธรรมและพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (กรณีพิเศษ) ให้ญาติทราบต่อไป
2. กรณีญาติประสงค์นำอาจารย์ใหญ่ไปประกอบศาสนพิธีเอง
– ญาติสามารถขอไฟพระราชทานเพลิงศพ (กรณีพิเศษ) ได้โดยแจ้งภาควิชาฯ เพื่อออกจดหมายขอไฟพระราชทานเพลิงศพ (กรณีพิเศษ) แล้วญาตินำจดหมายฉบับนี้ไปติดต่อกับสำนักพระราชวังด้วยตนเองต่อไป
6.2 การเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่แบบนิ่มเสมือนจริง (Soft / Thiel cadaver) กระบวนการเตรียมร่างนี้สามารถรักษาสภาพร่างให้คงสภาพได้ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี ความโดดเด่นอยู่ที่ผิวหนังและอวัยวะต่างๆ ของอาจารย์ใหญ่ยังคงความนุ่มและเนื้อสัมผัสเหมือนสภาพขณะมีชีวิต จึงเหมาะกับการฝึกอบรมผ่าตัดเชิงปฏิบัติการสำหรับพัฒนาองค์ความรู้ต่อยอดแก่แพทย์จบใหม่ แพทย์ประจำบ้าน แพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ เพื่อฝึกฝนหัตถการและเทคโนโลยีการผ่าตัดสมัยใหม่ที่ทรงประสิทธิภาพ เช่น การประยุกต์การผ่าตัดส่องกล้องในการผ่าตัดหมอนรองกระดูก การผ่าตัดข้อต่อต่าง ๆ การผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน การผ่าตัดช่องอกและช่องท้อง และการทำหัตถการระงับปวด เป็นต้น
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มีความร่วมมือกับภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันแพทย์ภายนอกมหาวิทยาลัยมหิดล ในการร่วมจัดการฝึกอบรมผ่าตัดเชิงปฏิบัติการโดยมีวิทยากรเป็นอาจารย์แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อช่วยให้แพทย์ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพได้รับความรู้เข้าใจถึงหลักการรักษาและเลือกวิธีรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อได้ฝึกหัตถการผ่าตัดกับร่างอาจารย์ใหญ่แบบนิ่มเสมือนจริงย่อมส่งผลให้แพทย์เหล่านี้มีความแม่นยำ ความชำนาญและความมั่นใจสูงในการรักษาผู้ป่วยโดยการผ่าตัดด้วยเทคนิคขั้นสูง และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมผ่าตัดเชิงปฏิบัติการ อาจารย์ใหญ่แบบนิ่มเสมือนจริงทุกท่านจะได้รับการฌาปนกิจรายบุคคล แล้วนำเถ้าอัฐิไปร่วมในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (กรณีพิเศษ) พร้อมกับอาจารย์ใหญ่ทุกท่านต่อไป
7. กรณีญาติแจ้งความประสงค์ให้ภาควิชาฯ ดำเนินการฌาปนกิจให้จะสามารถเปลี่ยนความประสงค์ขอนำอาจารย์ใหญ่ไปประกอบศาสนพิธีเองในภายหลังได้หรือไม่
หากญาติอาจารย์ใหญ่บางท่านต้องการเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมที่อาจารย์ใหญ่แสดงเจตจำนงให้ภาควิชาฯ ทำการฌาปนกิจและพระราชทานเพลิงศพให้ เป็นการนำร่างอาจารย์ใหญ่เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาเอง สามารถกระทำได้โดยแจ้งภาควิชาฯ ให้รับทราบในวันงานพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา หรือแจ้งภายในวันที่ 30 เมษายนของปีถัดไป (ก่อนที่นักศึกษาแพทย์จะเรียนจบประมาณ 6 เดือน)
หากญาติแจ้งเปลี่ยนความประสงค์ให้ภาควิชาฯ ทราบภายหลังกำหนดดังกล่าว ร่างอาจารย์ใหญ่อาจจะไม่ สามารถร่วมงานพระราชทานเพลิงศพฯ ในปีนั้นได้และต้องล่าช้าไปอีกหนึ่งปี หากภาควิชาฯ ได้ดำเนินการส่งรายชื่ออาจารย์ใหญ่เพื่อขอพระราชทานเพลิงศพ (กรณีพิเศษ) กับสำนักพระราชวังไปแล้ว
8. พิธีการในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (กรณีพิเศษ) เป็นอย่างไร
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะจัดพิธีสวดพระอภิธรรมและพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (กรณีพิเศษ) ช่วงเช้าวันเสาร์ ในเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ซึ่งมีการดำเนินงานตามประเพณีนิยมทุกอย่าง กำหนดการในแต่ละปีอาจแตกต่างกันบ้างตามความเหมาะสม
9. มีหนังสืออนุสรณียสารแจกในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (กรณีพิเศษ) หรือไม่
นักศึกษาจะจัดทำหนังสืออนุสรณียสารซึ่งมีรูปและประวัติอาจารย์ใหญ่ทุกท่าน (รวมทั้งอาจารย์ใหญ่ที่ญาตินำไปประกอบศาสนพิธีเอง) รวมถึงคำไว้อาลัยของญาติและนักศึกษาที่เขียนแสดงความขอบคุณ ซาบซึ้ง และสำนึกในความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของอาจารย์ใหญ่ที่มอบร่างให้เป็นกายวิทยาทาน
หนังสืออนุสรณียสารจะมอบให้แก่ญาติผู้ร่วมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (กรณีพิเศษ) ไว้เป็นที่ระลึก
10. เถ้ากระดูกของอาจารย์ใหญ่มีการดำเนินการอย่างไร
หลังจากพิธีพระราชทานเพลิงศพฯ แล้วเสร็จในวันเสาร์ จะมีพิธีเก็บเถ้ากระดูกของอาจารย์ใหญ่ในวันรุ่งขึ้นนักศึกษาจะเป็นตัวแทนญาติของอาจารย์ใหญ่ทุกท่านนำเถ้ากระดูกไปประกอบพิธีลอยอังคาร ณ ท่าน้ำสโมสรโรงเรียนนายเรือ ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ (หรือที่เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี) จะมีการแจ้งสถานที่ประกอบพิธีลอยอังคารให้ญาติอาจารย์ใหญ่ทราบในวันงานพิธีพระราชทานเพลิงศพฯ
ญาติอาจารย์ใหญ่สามารถไปส่งได้ที่ท่าเรือแต่ไม่สามารถลงเรือได้ทั้งหมด ด้วยคำนึงถึงความปลอดภัย ฉะนั้นจะอนุญาตให้ญาติร่วมลงเรือไปได้กรณีมีที่ว่างเหลือ และให้ญาติ 1 คน ต่อ อาจารย์ใหญ่ 1 ท่าน เท่านั้น ที่สามารถร่วมลงเรือไปประกอบพิธีลอยอังคารได้
11. ท่านที่ประสงค์บริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาจะติดต่อขอบริจาคร่างกายได้อย่างไร
ท่านที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วเกิดจิตอันเป็นกุศลต้องการจะบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษาสามารถเลือกดำเนินการได้ 5 ช่องทาง ดังนี้
- ติดต่อโดยตรงที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ (ตั้งอยู่ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับโรงพยาบาลรามาธิบดี) ณ หน่วยรับบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา อาคาร AN2 ชั้น 1 โดยต้องมีสำเนาบัตรประชาชน พร้อมรูปถ่ายขนาด 1-2 นิ้ว จำนวน 2 รูป และญาติมาด้วยอย่างน้อย 1 ท่าน เป็นบุคคลในครอบครัว (เพื่อลงนามเป็นพยาน) โดยใช้เวลาในการกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาและออกบัตรผู้บริจาคร่างกายประมาณ 15 นาที
- เขียนจดหมายขอหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ส่งไปที่:
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
272 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
(วงเล็บมุมซองว่า “บริจาคร่างกาย”)
- โทรศัพท์แจ้งที่อยู่เพื่อขอหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
หมายเลขโทรศัพท์ : 02-201-5400, และ 085-249-4768
- ทางอินเตอร์เน็ต พิมพ์
https://anatomy.sc.mahidol.ac.th/body-donation/
แล้ว download แบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและส่งกลับมายังภาควิชากายวิภาคศาสตร์ตามที่อยู่ในข้อ 2
แบบฟอร์มหนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
คำแนะนำการบริจาคร่างกาย - สแกน QR code ด้านล่าง ด้วยโปรแกรมในโทรศัพท์มือถือ
แล้วพิมพ์หนังสือสำคัญการอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา กรอกข้อมูล
ให้ครบถ้วนและส่งกลับมายังภาควิชากายวิภาคศาสตร์ตามที่อยู่ในข้อ 2

12. ท่านที่ประสงค์บริจาคเงินเพื่อการศึกษาทางกายวิภาคศาสตร์จะติดต่อขอบริจาคได้อย่างไร
ท่านสามารถบริจาคเงินได้ตามวัตถุประสงค์ ดังนี้
- บริจาคเงินสมทบภาควิชากายวิภาคศาสตร์เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนด้านอาจารย์ใหญ่
– เงินบริจาคนี้เพื่อใช้สมทบทุนพัฒนาการเรียนการสอนมหกายวิภาคศาสตร์สำหรับนักศึกษาแพทย์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมุ่งเน้นที่วิชามหกายวิภาคศาสตร์ซึ่งมีรากฐานการศึกษาโดยใช้ร่างอาจารย์ใหญ่เป็นสำคัญ รวมถึงพัฒนากระบวนการเตรียมร่างอาจารย์ใหญ่ด้วยเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและทันสมัย
– สามารถติดต่อบริจาคเงินได้ที่ธุรการภาควิชากายวิภาคศาสตร์ (02-201-5447) หรือ หน่วยรับบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา (02-201-5400) เพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม และบริจาคเงินเข้าบัญชีชื่อ “มหาวิทยาลัยมหิดล” เลขที่บัญชี…………………. และส่งสำเนาการโอนเงินที่ภาควิชาฯ
- บริจาคเงินทำบุญเพื่อสมทบค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
– เงินบริจาคนี้เพื่อสมทบทุนการจัดงานพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายบางส่วนซึ่งไม่สามารถตั้งเบิกได้ หากมีเงินบริจาคเหลือจากการจัดพิธีทำบุญฯ นักศึกษาจะเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับงานพิธีพระราชทานเพลิงศพฯ (ในเดือนพฤศจิกายนของปีถัดไป) ต่อไป
– สามารถบริจาคเงินได้ที่กล่องรับบริจาค ณ จุดลงทะเบียนในวันงานพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา หรือวันพิธีพระราชทานเพลิงศพฯ หรือติดต่อตามช่องทางในข้อ 12.1
- บริจาคเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 และ 2 ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
– เงินบริจาคนี้เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาแพทย์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทางการศึกษา โดยภาควิชากายวิภาคศาสตร์จะมีการรับสมัครและพิจารณานักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 และ 2 ที่มีความเหมาะสมที่จะได้ทุนการศึกษาในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนของทุกปี และจะเปิดรับบริจาคทุนการศึกษาจากผู้บริจาคในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี จากนั้นจะมีการเรียนเชิญผู้บริจาคทุนการศึกษาทุกท่านร่วมมอบทุนแก่นักศึกษาแพทย์ในงานพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาต่อไป
– สามารถติดต่อบริจาคทุนการศึกษา ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี ได้ที่ธุรการภาควิชากายวิภาคศาสตร์ (02-201-5399 คุณนเรศ จันทรังสิกุล) เพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม และบริจาคเงินเข้าบัญชีชื่อ “มหาวิทยาลัยมหิดล” ทั้งนี้ภาควิชาฯ ขอปิดรับการบริจาคทุนการศึกษาเมื่อได้รับยอดบริจาคตามจำนวนนักศึกษาแพทย์ที่ได้รับทุนในปีนั้น ๆ โดยเงินบริจาคสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลขอขอบพระคุณผู้บริจาคทุกท่านมา ณ โอกาสนี้
